คิดถึงตอนเเก่กันหรือยัง

Last updated: Dec 19, 2016  |  420 จำนวนผู้เข้าชม  |  edit

คิดถึงตอนเเก่กันหรือยัง

ลืมพ่อไปแล้วหรือยัง เสียงบ่นอันแหบแห้งของชราชราวัย 87 ปี พูดไล่หลังเจ้าหน้าที่สาววัยกลางคนที่กำลังย่ำเท้าผ่านหน้าเขาไป แรกที่มองเห็นภาพนี้ ทำให้หลงคิดไปว่า ชายเฒ่าผู้นี้คงพูดกับเจ้าหน้าที่อันเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาเป็นแน่ แต่ความคิดนี้ก็แปรเปลี่ยนในทันที เพราะระหว่างที่เราเดินผ่านหน้าชายชราวัย 87 ปีนั้น เธอกลับมองมาที่เราด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมเอื้อมมือมาจับที่แขนของเรา แล้วพูดประโยคสั้นๆ ชวนหดหู่ที่ว่า ลูกจ๋า ลืมพ่อปแล้วหรือยัง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในเบื้องหน้าที่เราเห็นอยู่นั้น คือภาพของชายเฒ่า และหญิงชรา เกือบสิบชีวิตนั่งอยู่บนม้านั่งยาว สายตาเหม่อลอย แต่ไม่ได้จับจ้องอยู่กับสิ่งใด หญิงชราวัยร่วงโรยบางคนทิ้งตัวไว้บนรถเข็นผู้ป่วยตั้งแต่เช้ายันบ่ายแก่ พร้อมมองสายตาไกลออกไปอย่างไม่มีจุดหมาย บรรยากาศนอกเหนือเสียจากผู้เฒ่าผู้แก่นั้น ยังมีเสียงนก เสียงน้ำโดนหินจากน้ำตกจำลองดังคลอเคลียไปกับเพลงไทยเดิมที่เปิดโดยวิทยุได้ยิน ไปทั่วศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ให้ความรู้สึกหดหู่จับหัวใจชอบกล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในความคิดของใครหลายๆ คน อาจมีคำถามชวนสงสัย ไม่สืบทราบว่า รายละเอียดหรือกระบวนการก่อนส่งคนชรามาที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุนั้นเป็นเช่นไร และเมื่อพ่อแม่ของเรามาอยู่ที่นี่แล้ว จะมีสุขภาพกาย สุขภาพใจเป็นแบบไหน วันนี้เราจะเผยแพร่ข้อมูล คลี่คลายข้อปัญหาอย่างละเอียดยิบ ตั้งแต่ก่อนเข้าศูนย์ จวบจนวันร้างราศูนย์กันเลยทีเดียว เปิดเงื่อนไขบ้านพักคนชราโดยทั่วไป ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุนั้นให้ความดูผู้สูงอายุหญิงชาย สัญชาติไทย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ลำบากในเรื่องของบ้านพัก ไม่มีคนเลี้ยงดู ฐานะไม่ดี ไม่สามารถมีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ และที่สำคัญผู้สูงอายุจะต้องสมัครใจในการไปอยู่ด้วย

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการจะสมัครเข้าพัก จะต้องมี 4 อย่าง คือ 1. บัตรประชาชน 2. ทะเบียนบ้าน 3. ผลการตรวจปอด หรือใบรับรองแพทย์ หร4. รูปถ่าย สามารถยื่นข้อมูลได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่อยู่ หรือสำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัดเดิม ขอเล่าสู่กันฟังสักหน่อยว่า คนชราแต่ละคนที่เข้ามาอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไม่ว่าจะเป็นที่พักประเภทใดก็ตาม ต้องจองกันมากถึง 10 ปี กว่าจะเข้ามาพักที่นี่ได้ เพราะเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องยากที่คุณลูกคุณหลาน อยากจะส่งคุณตาคุณยายมากระทันหันใช่จะทำได้ในทันที ดังนั้น คนโสดสาวโสดทั้งหลายที่คาดว่า จะอยู่เหงาเดียวดายจนผมหงอก ไม่มีคนคนดูแลใกล้ชิด ก็ต้องจองกันตั้งแต่อายุ 60 ปี เพื่อเข้าอาศัยในอายุ 70 ปีแป๊ะๆ และกรณีที่ คนชรามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าพักศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อย่างทันทีทันใด มีขั้นตอนถึง 3 ขั้นตอน ใช้เวลาถึง 3 – 4 ชั่วโมง และใช้อัตรากำลังของพนักงานเพียง 1 คน โดยต้องให้นักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้แนะนำตั้งแต่กระบวนการรับคำร้อง เช็คเอกสาร สอบข้อเท็จจริงและจัดทำเอกสาร และพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามเหมาะสม และเกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ ตรวจตึก ชมห้อง เหล่าผู้สูงอายุกินนอนอย่างไรก็ตามที่พักศูนย์ดูแลผู้สูงอายุถูกแบ่งออกเป็นสัดเป็นส่วน แบ่งแยกหญิงชายชัดเจน และจัดประเภทของผู้สูงอายุออกเป็น 3 ประเภท ตามกำลังเงินของผู้สูงอายุท่านนั้นๆ ซึ่งการดูแลคนชราของที่นี่เป็นไปตามระบบเดียวกัน ไม่แบ่งแยกว่าบ้านแบบแพง ต้องให้บริการดีกว่าอาคารรวม เพราะทุกบ้าน ทุกคน ทุกอายุ กินอาหารเหมือนกัน ได้รับการดูแลจากพนักงานในลักษณะเหมือนกัน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบที่ 1 คือ ประเภทปกติ ซึ่งให้การอุปการะเลี้ยงดูคนชราโดยไม่ต้องเสียเงินเลย โดยระบบของผู้สูงอายุประเภทนี้ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จะมีลักษณะเป็นตึกยาวสูง 2 ชั้น แบ่งออกเป็นห้องๆ 1 ห้องมีทั้งหมด 3 เตียง เหมือนกับโรงเรียนวัดตามต่างจังหวัด โดยตึกดังกล่าว ยังคัดแยกตามสุขภาพร่างกายของผู้รับบริการ ดังนั้น ตึกแห่งนี้จะเป็นที่พักสำหรับคนชราแบบ A คือ กลุ่มที่ดูแลตัวเองได้ และคนชรากลุ่ม B คือ คนชราที่พอจะดูแลตัวเองได้ ส่วนมากคนที่ดูแลตัวเองได้ค่อนดีแล้วจะอยู่ชั้นสอง ผู้รับบริการที่พอจะดูแลตัวเองได้บ้าง จะอยู่ชั้นหนึ่ง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบที่ 2 คือ ประเภทเสียค่าบริการคล้ายหอพัก แบ่งออกเป็นห้องเดี่ยว เสียค่าบริการคนละ 1,500 บาทต่อเดือน และห้องคู่เดือนละ 2,000 บาท ซึ่งไม่รวมค่าไฟค่าน้ำ ไม่ติดแอร์ โดยเป็นตึกปูนสูง 2 ชั้น มีจำนวน 40 ห้อง ซึ่งตึกแบบที่เป็นห้องคู่ ส่วนมากจะเป็นคนชราที่เป็นพี่น้อง หรือแต่งงานกัน พร้อมทั้งนี้ ตึกแบบนี้จะเป็นคนชราที่มีเงินเก็บบำเหน็จบำนาญ หรือเป็นคนชราที่ลูกหลานจ่ายเงินให้ตลอดทุกๆ เดือน



 

ที่อยู่แบบที่ 3 คือ ประเภทบังกะโล ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวที่สร้างตามแบบที่ถูกกำหนดในพื้นที่ของสูนย์ โดยผู้ก่อสร้างจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนทั้งหมด 200,000 บาทเพียงครั้งแรก แล้วอยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่ต้องจ่าบเงินเพิ่มเติม ยกเว้นแค่ค่าไฟค่าน้ำ ซึ่งคนชราคนนั้นๆ สามารถอยู่อาศัยได้จนถึงเสียชีวิต และเมื่อเสียชีวิตแล้วก็จะต้องยกบ้านพักขิงตนนั้นให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อให้คนชราผู้อื่นสามารถหากเงิน 200,000 บาท คนต่อไป เป็นผู้มาอยู่ต่อ ตอนนี้ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ มีคนชราทั้งหมด จำนวน 265 คน แบ่งเป็น หญิง 184 คน ชาย 81 คน พักอาศัยตามตึกต่างๆ ทั้งหมด 7 ตึก สงสัยหรือไม่ เวลาว่าง ผู้สูงอายุทำอะไร หยุดใจไม่ให้รู้สึกเศร้าหมอง คิดถึง เหงา กิจกรรมเวลาว่างของคนชราที่นี่ มีให้ทำมากมาย หากจะพูดให้ดูวัยรุ่น ก็น่าจะบอกได้ว่า เวลายามว่างนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนชรา คนชราบางคนก็ชอบเอกเขนกอยู่ตามบริเวณใต้ต้นไม้ภายในสนามของสูนย์ บางคนนอนกลางวันอยู่ในบ้านพัก หรือบางคนที่ออกแนวเดินไหวอยู่ สุขภาพร่างกายยังสามารถเดินหรือวิ่งไหว ส่วนมากก็จะออกมาซื้อของใช้ของกิน ทำบุญตักบาตรที่ตลาดอยู่เป็นประจำ ในตอนที่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุยังมีกิจกรรม อาชีวศึกษา เพื่อให้คนชรามีความสามารถพื้นฐานด้านการฝีมือ ซึ่งพวกเราได้มีโอกาสสนทนากับคนชราหลายคน ต่างพูดเป็นทำนองเดียวกันว่า กิจกรรมเหล่านั้นทำให้เวลาต่างๆของผู้สูงอายุ กลับมามีความสุขอีกครั้ง เพราะนอกจากจะมีเงินที่มาจากการขายของต่างๆ ยังได้เพื่อน และทำให้เวลาว่างที่แสนยาวนานนั้นดูเร็วขึ้นพียงไม่กี่ชั่วโมงเช่นกัน เหนือสิ่งอื่นใด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ไว้คอยรองรับคนชราอีกจำนวนมาก เช่น กิจกรรมการกายภาพบำบัด ซึ่งทางศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ได้ทำการหาคนจากข้างนอก มานวดพักเผ่อนและคลายเส้นสายไว้ให้แก่คนชรา กิจการบริจาคจากคนผู้มีจิตใจดี ที่ชอบจะเข้ามาเลี้ยงอาหาร พร้อมทั้งทำบุญใส่ซองไว้ให้แก่คนชรา กิจกรรมนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ที่นักสังคมสงเคราะห์จะพาคนชราออกไปชมพิพิธภัณฑ์ ไหว้พระทำบุญตามวัดอื่นๆมากมาย ถ้าหากลูกๆไม่ยอมมาหา ไม่มีเงินสักบาทสะสม ความคิดถึงจะกัดกิน โรคภัยจะรุมเร้า ถึงเวลาต้องสิ้นใจ ชีวิตคนชราเหล่านี้จะเป็นไร 

Powered by MakeWebEasy.com